ว่าด้วยเรื่องราคางานออกแบบ

ความแตกต่างของราคาค่าบริการงานออกแบบประเภทตราสัญลักษณ์หรือ logo นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น ขนาดของบริษัท ความต้องการของลูกค้า วิธีการนำไปใช้ และที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจและความคาดหวังของลูกค้าเป็นหลัก

ทำไมโลโก้ถึงมีราคาแพงและถูกต่างกันไป อะไรคือตัววัด

หากวันนี้มีคนถามว่างานออกแบบโลโก้ราคาเท่าไหร่

คำตอบคือ 500-300,000 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น!

ลูกค้าก็จะอึนๆเดินจากไปแบบเหมือนไม่ได้คำตอบอะไรพร้อมกับความสับสน

แต่ในความเป็นจริงแล้วที่คำตอบเป็นเช่นนั้นก็เพราะว่างานออกแบบมีรายละเอียดมากมายและมาตรฐานก็มีมากมายตามความคาดหวังของลูกค้าเช่นกัน คำตอบนี้จึงเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ตอบเพื่อกวนประสาทแต่อย่างใดและราคานี้ผมก็ไม่ได้มั่วขึ้นมาเองครับ อ้างอิงจากประสบการณ์จริงทั้งนั้น


มาถึงตอนนี้หลายคนคงมีคำถามมากมายทั้งความโกรธแค้นของฝั่งนักออกแบบและความสับสนของลูกค้าเอง คำถามมากมายที่น้องๆเพื่อนๆนักออกแบบกลัวและกังวลก็คือว่านี่ถือเป็นการทำลายวงการเลยรึเปล่า บ้างก็ว่าต่อไปเราจะอยู่กันอย่างไรเพราะตอนนี้คิดแค่ 5,000 ยังแทบไม่มีลูกค้าแล้ว วันนี้ผมขอไม่วิจารณ์ว่าถูกหรือผิดแต่จะขออธิบายจากทัศนคติส่วนตัวว่าอย่างนี้ครับ

ก่อนอื่นต้องยอมรับว่ายุคของ social media ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทุกวงการไม่เว้นวงการออกแบบ ข้อมูลข่าวสารในยุคนี้มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าทำให้มีตัวเลือกมากขึ้นและแน่นอนเขาสามารถเลือกบริการที่เหมาะกับธุริจและงบประมาณมากขึ้นตามไปด้วย การที่มีบริการใหม่ๆที่เข้าถึงผู้ให้บริการได้ง่ายก็ย่อมเป็นผลดีต่อลูกค้าด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่สามารถเอามาตรฐานของการออกแบบของแต่ละที่มาตัดสินความต้องการของลูกค้าได้ สิ่งที่เราในฐานะนักออกแบบต้องทำคือต้องปรับตัวให้ได้ เราต้องมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก หากโจทย์

และนิยามการทำโลโก้ของเขาคือการหากราฟิกที่เข้ากับความเป็นตัวตนของเขาด้วยงบประมาณที่จำกัดเช่นมีเงินจ่ายได้ 3,000 บาท แน่นอนเขาคงไม่ได้มองว่าสิ่งนั้นคือการทำแบรนดิ้ง อาจจะเพียงแค่มองหาภาพกราฟิกที่พอเป็นหน้าเป็นตาและนำไปต่อยอดกับธุรกิจเล็กๆที่ไม่ได้มีเงินทุนหมุนเวียนมากนักซึ่งก็ถือเป็นการประหยัดต้นทุนอย่างหนึ่ง การที่ได้นักออกแบบหน้าใหม่มาจากบริการจัดหานักออกแบบบางแห่งอาจจะตอบโจทย์ของเขาได้อย่างดีตามที่ต้องการแล้ว นักออกแบบหน้าใหม่รายนั้นก็สามารถมีเวทีให้แสดงฝีมือและมีโอกาสที่จะทำงานในระดับที่ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างน้อยก็ดีกว่าการอาสาออกแบบโลโก้ให้ร้านเหล้าเพื่อนแล้วไม่ได้เงิน คราวนี้เรามามองงานระดับเงินแสนกันบ้างว่าลูกค้าของพวกเขาต้องการอะไรแน่นอนว่าคงไม่ใช่ภาพเดียวกับลูกค้ากลุ่มแรก การที่ลูกค้าจะจ่ายเงินเป็นหลักแสนนั้นเขาไม่ได้มองว่าอยากได้แค่โลโก้ภาพกราฟฟิกแต่สิ่งที่ต้องการคือ brand identity นั่นรวมถึงประสบการณ์ของลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆย่อมมีความคาดหวังที่แตกต่างไปยกตัวอย่างเช่นหากคุณขับรถยนต์ ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็สามารถพาคุณไปถึงจุดหมายได้เหมือนกันแต่เคยตั้งคำถามหรือไม่ว่าทำไมมีคนมากมายเลือก ทีจะขับ BMW หรือ Porche ทั้งๆที่ราคานั้นสูงกว่า Toyota หลายเท่าตัว นั่นก็เป็นเพราะประสบการณ์ที่ผู้ขับได้รับนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่การเหยียบคันเร่งไปจนถึงการการรับมือกับสภาพถนน นี่ยังไม่รวมถึงการที่รถยนต์นั้นสามารถแสดงสถานะทางสังคมตลอดจนสะท้อนรสนิยมของผู้ขับขี่ คนที่มีฐานะพอที่จะซื้อได้จึงไม่ลังเลที่จะหามาครอบครอง การทำแบรนดิ้งก็เช่นกัน หากคุณมองไปที่รายละเอียดของมูลค่าทางธุรกิจแล้ว การจ้างนักออกแบบที่มีประสบการณ์มากพอก็จะได้รายละเอียดที่ต่างกันตามไปด้วยเพราะนักออกแบบเหล่านั้นจะมองภาพที่ใหญ่กว่าการทำโลโก้กราฟฟิกแต่มองไปถึงภาพรวมที่ต้องมีการทำ research ต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับการตลาดและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของแบรนด์นั้นๆให้เข้าถึง target group ของลูกค้ารวมถึงความรู้และประสบการณ์ที่จะช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้ หากมองแบบนี้แล้วน่าจะพอได้คำตอบบ้างแล้วว่าเหตุใดราคาของการออกแบบถึงได้แตกต่างกันมากมายขนาดนั้น ต่อไปเรามาพูดถึงความเป็นมืออาชีพของนักออกแบบแต่ละคนกันบ้าง หากคุณจ้างนักออกแบบโลโก้ในราคา 1,000 บาท แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น freelance ที่ต้นทุนต่ำกว่า design studio หรือ agency มาก การจ้างงานมักจะมาพร้อมข้อจำกัดบางอย่างเช่นจำนวนครั้งในการแก้งาน ลิขสิทธิ์ของ typeface หรือตัวอักษรที่นำมาใช้ก็จะมีตัวเลือกน้อยลงซึ่งหากลูกค้ายอมรับในจุดนี้ได้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา


จะเห็นได้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นล้วนแต่ให้ประโยชน์กับลูกค้าทั้งสิ้นแต่สิ่งที่แตกต่างคือความสามารถในการแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าว่าจะช่วยทำให้เขาบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่หรือว่าสิ่งนั้นเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนนักออกแบบเองก็ต้องปรับตัวและพัฒนางานเพิ่มมูลค่าในงานออกแบบของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อและความคาดหวังที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน

...
Latest Posts
about the author

Kavin Twikoon

newsletter
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.