In-house vs. Outsource design team

การจ้าง designer หรือ creative team นั้นมีทั้งแบบจ้างประจำและ out source เราจะมาดูกันว่าธุรกิจแบบไหนจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการจ้างทั้ง2แบบนี้

เลือกใช้ design team ให้ถูกกับธุรกิจจะช่วยให้ได้งานที่ดีกว่าและยังช่วยลดต้นทุนได้ด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่ายุคนี้เป็นยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลไปในทุกๆวงการโดยเฉพาะการตลาด ใครๆก็อยากทำการตลาดออนไลน์อยากมีโฆษณาไอเดียร์ดีๆเพื่อเอาชนะคู่แข่ง บริษัทหลายแห่งทั้งเล็กและใหญ่ต่างก็มีการลงทุนในการโปรโมทแบรนด์สินค้าของตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ หากจะย้อนไปเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนในยุคที่ไม่มีโซเชียลมีเดีย แน่นอนการทำโฆษณาก็จะแตกต่างจากตอนนี้มาก ลูกค้าที่มีทุนมากพอก็ต้องจ้างเอเจนซี่ด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อทำการโปรโมทสินค้าและซื้อสื่อโฆษณาต่างๆโดยเน้นที่ brand awareness ยุคนี้ความรู้ต่างๆสามารถหาได้ไม่ยากอีกต่อไป ผู้ประกอบการสามารถหาหนังสือมาอ่านเสริมความรู้หรือลงเรียนคอสสั้นๆเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมจนสุดท้ายต้องการลดค่าใช้จ่ายในการจ้างเอเจนซี่ด้วยการมี creative in-house เพื่อพัฒนาสื่อโฆษณาต่างๆของตัวเองซึ่งความจริงแล้วเป็นความคิดที่ดีมากในยุคนี้ บริษัทใหญ่ๆในต่างประเทศบางบริษัทถึงกับมีเอเจนซี่เป็นของตัวเองโดยเฉพาะ และประสบความสำเร็จอย่างมากมายแต่หากจุดมุ่งหมายของผู้ประกอบการคือการลดค่าใช้จ่ายนั้น วิธีนี้อาจไม่ตอบโจทย์ก็เป็นได้ ก่อนจะ set up in-house design ทีม ขออนุญาตแชร์ข้อดีข้อเสียจากประสบการณ์ให้ลองศึกษากันดูก่อนครับ


1. Creative Director ที่จะมานำทีมให้ in-house designer ของคุณนั้นเก่งพอหรือไม่ใครๆก็สามารถเป็น creative ได้ไม่จำกัดอายุ เพศ และวัยแต่ความคิดสร้างสรรค์ที่ดีนั้นไม่ได้วัดกันแค่เฉพาะเรื่องของความสามารถทางด้านศิลปะเพียงอย่างเดียวแต่เขาเหล่านั้นอาจจะต้องมีประสบการณ์และมีความเข้าใจกลไกการตลาดมากพอที่จะคิดงานให้สอดคล้องกับแผนการตลาดของบริษัทด้วย ส่วนเงินเดือนของ creative director มากน้อยขึ้นอยู่กับความสามารถ

2. คนออกบ่อย  designer หรือคนทำงานสาย creative เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอ่อนไหว ต้องการความท้าทาย มีความดันทุรังสูง เข้างานสายกลับบ้านดึก ตามอารมณ์ตัวเองไม่ทันและต้องการเป็นที่ยอมรับแต่ที่พูดมานี่ไม่ใช่ข้อเสียนะครับ ตรงกันข้ามสิ่งเหล่านั้นเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนที่ไฟในการทำงานยังลุกโชนอยู่ในดวงตา ส่วนข้อเสียก็คือการทำงานให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือโปรดักส์เดิมๆเป็นเวลานานนั้นทำให้พวกเขาขาดแรงบันดาลใจและรู้สึกว่าฝีมือไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร ผิดกับการทำงาน freelance หรือ agency ที่เนื้องานมีความหลากหลายกว่า แต่ก็พอมีทางแก้นั่นก็คือต้องหาเวลาจัด training หรือกิจกรรมสนุกๆในออฟฟิศทำ ก็คงพอจะยื้อเวลาไว้ได้บ้างแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่พ้นต้องเสียเวลาและพลังงานไปกับการ train พนักงานใหม่บ่อยๆอยู่ดีซึ่งจุดนี้การจ้างเอเจนซี่หรือ sub งานออกไปให้มืออาชีพที่มีทีมอยู่แล้วมาทำน่าจะเหมาะกว่า

3. การมี in-house นั้นทำให้ได้งานที่รวดเร็วกว่าจ้างข้างนอกอยู่บ้างแต่ก็ยังต้องมีการวางแผนที่ดีและต้องไม่ข้าม process ที่สำคัญอย่างการทำ research หรือ brainstorming มิฉะนั้นก็อาจจะได้แค่ภาพสวยๆที่ขาดการสื่อสารที่ถูกต้องและตรงเป้าหมายก็เป็นได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ประกอบการเองว่าพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้หรือไม่

4. ค่าลิขสิทธิ์ภาพ stock photo, video หรือเพลงประกอบต่างๆ นี่ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งของต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินซื้อเพื่อทำให้เพิ่มความน่าสนใจของเนื้อหา Content หรือโฆษณาต่างๆ เป็นที่ทราบกันดีว่าการไปดาวโหลดมาจากตามที่ต่างๆหากไม่ระมัดระวังอาจโดนลบหรือโดนเจ้าของลิขสิทธิ์ฟ้องร้องเอาได้ หากจ้างเอเจนซี่ก็ไม่ต้องมีความกังวลเรื่องดังกล่าวเพราะส่วนใหญ่จะจัดหามาให้โดยคิดรวมไปในค่าบริการอยู่แล้ว หากไม่มีงบประมาณจริงๆก็ยังมีแหล่งคลังภาพแบบให้ใช้ฟรีหรือพวก creative common license ให้เลือกแต่อาจจะไม่ได้ภาพที่ถูกใจเท่าที่ควร

5. การจ้างฟรีแลนซ์ไม่สามารถนำไปหักเป็นภาษีซื้อขายรายเดือนได้เนื่องจากไม่ได้จดเป็นบริษัทและส่วนใหญ่ก็ไม่ได้จด vat กัน หากค่าบริการนั้นเป็นงานเล็กๆยอดแค่หลักพันก็ไม่ต้องคิดมากแต่หากว่ามีการจ้างหลายหมื่นหรือหลักแสนก็เท่ากับว่าเสียโอกาสในการนำยอดนั้นๆไปหัก vat ไปไม่น้อย

6. ลักษณะงานออกแบบหรือสื่อโฆษณา own media ของคุณมีความยากระดับไหน เช่นต้องการทีมที่สามารถทำวีดีโอจบได้ด้วยความรวดเร็ว มี motion graphic หรือ animation เข้ามาเป็นส่วนประกอบด้วยหรือไม่ รายละเอียดต่างๆเหล่านี้อาจจะต้องเอามาพิจารณาด้วย หากได้คนเก่งรอบด้านมาร่วมงานก็ถือว่าเป็นโชคดีกับบริษัท แต่หากต้องการงานวีดีโอหรืออะไรที่ซับซ้อนแบบนานๆครั้งก็อาจจะ outsource เป็นงานๆไปก็จะได้งานที่ละเอียดกว่าทำเองแน่นอนเพราะจากประสบการณ์แล้ว in-house designer มักจะมีงานที่ต้องทำทุกวันเป็นประจำ (routine work) มากอยู่แล้ว เวลาที่จะเอามาปั้นงานลักษณะที่ต้องใช้เวลาใส่ใจรายละเอียดอย่างที่กล่าวมาคงจะทำได้ยากมาก

ทั้งหมดนี้ก็อาจจะเป็นข้อมูลเพื่อการตัดสินใจจ้าง designer หรือว่าจะ outsource งานออกไปเพื่อความคล่องตัวและคุณภาพในการผลิตแต่ก็แน่นอน งบประมาณอาจจะสูงขึ้นบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการในยุคที่เศรษฐกิจยังไม่ค่อยแข็งแรงแบบนี้นะครับ สู้ๆครับ



...
Latest Posts
about the author

Kavin Twikoon

newsletter
Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.